เจ้าหน้าที่ Shipping
รายละเอียดงาน
หน้าที่หลักของ Shipping โดยละเอียด จัดการเอกสารนำเข้า-ส่งออก: จัดทำและตรวจสอบเอกสารต่างๆ เช่น ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading/Air Waybill), ใบกำกับสินค้า (Invoice), บัญชีราคาสินค้า (Packing List) ดำเนินพิธีการศุลกากร: ยื่นใบขนสินค้าผ่านระบบ e-Customs, ชำระภาษีอากรแทนผู้นำเข้า/ส่งออก ตรวจสอบและกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร: จัดประเภทสินค้าเพื่อให้เสียภาษีอย่างถูกต้อง ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร, ท่าเรือ, คลังสินค้า และบริษัทขนส่งสินค้า (Forwarder) เพื่อติดตามสถานะสินค้า ปล่อยสินค้า (Clearance): จัดการขั้นตอนการนำสินค้าออกจากท่าเรือ (Clearance) ให้ทันเวลา คุณสมบัติ: ทักษะการประสานงาน: ต้องติดต่อประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เช่น กรมศุลกากร, ท่าเรือ, สายเรือ, บริษัทขนส่ง, และลูกค้า ทักษะการใช้งานระบบ: สามารถใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น e-Customs, Paperless และ Microsoft Office ได้ดี ทักษะภาษา: หากมีทักษะภาษาอังกฤษ (อ่าน-เขียนเอกสาร) จะพิจารณาเป็นพิเศษ ความรับผิดชอบและละเอียดรอบคอบ: งานเอกสารมีความสำคัญสูง หากผิดพลาดอาจทำให้สินค้าล่าช้าหรือโดนปรับ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า: สามารถจัดการกับปัญหาหน้างานได้ดี เช่น ปัญหาเอกสารไม่ครบ สินค้าติดศุลกากร หากต้องลงหน้างาน มีความทนทานต่อแรงกดดัน และสามารถทำงานในเวลากระชั้นชิดได้
Freight Forwarder คือ ตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทำหน้าที่เป็น "คนกลาง" จัดการขนส่งสินค้าตั้งแต่ต้นทาง-ปลายทาง (One-Stop Service) โดยไม่ต้องมีเรือหรือเครื่องบินเป็นของตัวเอง แต่ทำสัญญาเช่าพื้นที่สายเรือ/สายการบิน เพื่อหาเส้นทางและราคาที่คุ้มค่าที่สุดแทนผู้ส่งออกและผู้นำเข้า สรุปประเด็นสำคัญของธุรกิจ Freight Forwarder หน้าที่หลัก: บริหารจัดการเอกสาร, พิธีการศุลกากร (Customs clearance), ต่อรองราคาค่าขนส่ง, จองพื้นที่ขนส่ง, และจัดทำประกันภัยสินค้า ความแตกต่างจากสายเรือ/สายการบิน: Forwarder ไม่ได้เป็นเจ้าของพาหนะ แต่บริหารเครือข่ายผู้ขนส่ง (Carriers) เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกและรวดเร็ว ประโยชน์: ช่วยลดความซับซ้อนในขั้นตอนการนำเข้า-ส่งออก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาผู้เชี่ยวชาญดูแลหน้างานตั้งแต่ต้นจนจบ ประเภทของ Forwarder: มีทั้งแบบ Global Forwarder (เครือข่ายระดับโลก) และ Local Forwarder (ดูแลพื้นที่จำเพาะ) หน้าที่สำคัญของ Freight Forwarder วิเคราะห์และวางแผนเส้นทาง: เลือกวิธีการขนส่ง (ทางเรือ, อากาศ, ทางบก) ที่เหมาะสมที่สุด การจองพื้นที่ขนส่ง (Booking): ติดต่อสายเรือหรือสายการบิน จัดการเอกสารและพิธีการ: ทำเอกสารส่งออก/นำเข้า, ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading), และเดินพิธีการศุลกากร การขนส่งสินค้า (Freight): ดูแลสินค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงที่หมายปลายทาง ประกันภัยสินค้า: แนะนำหรือดำเนินการเรื่องประกันภัยเพื่อป้องกันความเสี่ย
ประกาศงานนี้นำมาจาก internth.com — การสมัครทำที่เว็บต้นทาง